กรกฎาคม 26, 2014, 05:45:37 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
กติกาการตั้งกระทู้ขายปลาของผู้ขายที่ไม่ได้ลงทะเบียนต้องมีดังนี้
1.ผู้ขายทั่วไปต้องโพสรูปบัตรประจำตัวประชาชนที่เห็นหน้าและชื่อสกุลชัดเจน โดยสามารถปิดวันเดือนปีเกิดและเลขประจำตัวได้
2.โพสรูปหน้าบัญชี ที่ลูกค้าโอนเงินโดยที่ชื่อบัญชี ต้องตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน
3.ท่านที่ตั้งกระทู้ขายปลาใหม่และไม่มีหลักฐานดังกล่าว ทางผู้ดูแลจะดำเนินการลบทันทีครับ


ปิดรับลงทะเบียนผู้ขาย และต่ออายุครับ เปิดอีกที มกราคม 2015 http://www.rook100.com/webboard/index.php?topic=2612.0
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการอนุบาลลูกปลากัดแรกเกิดสำหรับผู้ที่ไม่มีลูกไร  (อ่าน 1253 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
HELiCaL
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1284



« เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 08:47:51 PM »

ฉบับนี้ผมของดเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดสวยงามไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากมีผู้ที่ติดตามอ่านนิตยสาร Fancy Fish มากมายหลายท่าน ได้สอบถามถึงเรื่องการอนุบาลปลากัดอย่างไรหากไม่มีแหล่งอาหาร เช่นไรแดง ที่ใช้สำหรับเลี้ยงลูกปลากัดซึ่งหาได้ยากมากและไม่มีขาย ถึงขนาดบางท่านไปสอบถามที่ประมงจังหวัดก็ยังไม่มี  จึงเกิดปัญหาว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะอนุบาลลูกปลากัดให้อยู่รอดปลอดภัย  และหลายๆท่านนั้นก็ได้ใช้ไข่แดงหรือเต้าหู้ไข่ในการให้อาหารลูกปลาแทน แต่หลายๆท่านก็จะประสบปัญหาในเรื่องของน้ำเน่าเสียจึงทำให้ลูกปลาตายในที่สุด  และเกิดความท้อแท้ที่จะทำต่อไป ในวันนี้ผมจึงอยากแนะนำวิธีของผมที่จะทำให้ได้ผลมากที่สุด และหลายท่านก็คงอยากรู้วิธีการเช่นกัน มาเข้าเรื่องวิธีการของผมเลยนะครับ
                   
                      วิธีการของผมเพาะแบบง่ายๆ สบายๆเลยนะครับ โดยเริ่มจากการวางระบบในตู้หรืออ่างเพาะพันธุ์  โดยใส่น้ำในตู้หรือในอ่างเพาะให้น้ำสูงประมาณ 6 นิ้ว  ให้ท่านหาผักบุ้งน้ำที่มีรากล้อมรอบตู้หรืออ่างเพาะพันธุ์ รากผักบุ้งจะทำหน้าที่ปรับสภาพน้ำและดูดซึมสิ่งปฏิกูลมาเลี้ยงลำต้นและใบ ซึ่งจะเป็นที่สำหรับวางไข่ของปลากัด  ปลากัดจะวางไข่ใต้ใบผักบุ้ง เมื่อลูกปลาเริ่มเป็นตัว  ใบผักบุ้งเริ่มเหลืองและเน่า นั่นแหละก็คืออาหารอันดับแรกของลูกปลาที่จะกินเนื่อเยื่อผักบุ้งเป็นอาหารมื้อเจมื้อแรกอีกด้วย พอลูกปลาเริ่มออกจากหวอดให้นำลูกน้ำอบแห้งมาป่นให้เป็นผงให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นแบบนาโนได้ยิ่งดี  โรยให้ลูกปลากินทุกวันวันละมื้อประมาณปลายช้อนชาเพื่อที่น้ำจะได้ไม่เน่าเสีย  นอกจากนี้ผมขอนำเสนอเทคนิคเพิ่มเติมที่ผมใช้คือ ควรใส่หัวทรายออกซิเจนลงไปในตู้หรืออ่างเพาะลูกปลาด้วย  พอลูกปลาออกจากหวอดแล้วให้เปิดออกซิเจนให้เบาๆที่สุด ใส่ไว้คนละฝั่งกับกลุ่มลูกปลา  หากเปิดออกซิเจนแรงเกินไปจะทำให้ลูกปลาหูกางหูเสีย ซึ่งออกซิเจนจะช่วยในการปรับสภาพน้ำ ยังช่วยให้ลูกปลารอดมากขึ้น  และไม่ให้ลูกปลาลอยหัวเวลากินอิ่มด้วยนะครับ

                      หลักของผมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวิธีการเพาะปลาแบบโบราณประยุกต์เข้ากับวิธีสมัยใหม่ที่ได้ผลดี ลูกปลามีโอกาสรอดสูง 60 – 70% เลยเชียวนะจะบอกให้

                      ผมขอเน้นวิธีการโบราณหมายถึงให้ปลากินเยื่อผักบุ้งเป็นอาหารเจมื้อแรก ผสมกับวิธีการสมัยใหม่โดยการใช้ออกซิเจนช่วยปรับสภาพน้ำให้มีออกซิเจน และลูกปลากินอิ่มโดยไม่ลอยหัวอยู่ใต้น้ำกินอาหารได้ตลอดเวลา ทำให้ลูกปลาโตไว
สำหรับฉบับนี้ผมขอจบวิธีการอนุบาลลูกปลาสำหรับผู้ที่ไม่มีลูกไรเพียงเท่านี้  หากท่านผู้อ่านต้องการทราบเรื่องใดเสนอมาได้เลยนะครับ   
บันทึกการเข้า
sugarfree - เล่นปลาทุ้งติดต่อผมได้เลย มีทั้งทุ้งใต้ และอีสาน
Sr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 252


« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 08:51:14 PM »

ฉบับนี้ผมของดเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดสวยงามไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากมีผู้ที่ติดตามอ่านนิตยสาร Fancy Fish มากมายหลายท่าน ได้สอบถามถึงเรื่องการอนุบาลปลากัดอย่างไรหากไม่มีแหล่งอาหาร เช่นไรแดง ที่ใช้สำหรับเลี้ยงลูกปลากัดซึ่งหาได้ยากมากและไม่มีขาย ถึงขนาดบางท่านไปสอบถามที่ประมงจังหวัดก็ยังไม่มี  จึงเกิดปัญหาว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะอนุบาลลูกปลากัดให้อยู่รอดปลอดภัย  และหลายๆท่านนั้นก็ได้ใช้ไข่แดงหรือเต้าหู้ไข่ในการให้อาหารลูกปลาแทน แต่หลายๆท่านก็จะประสบปัญหาในเรื่องของน้ำเน่าเสียจึงทำให้ลูกปลาตายในที่สุด  และเกิดความท้อแท้ที่จะทำต่อไป ในวันนี้ผมจึงอยากแนะนำวิธีของผมที่จะทำให้ได้ผลมากที่สุด และหลายท่านก็คงอยากรู้วิธีการเช่นกัน มาเข้าเรื่องวิธีการของผมเลยนะครับ
                   
                      วิธีการของผมเพาะแบบง่ายๆ สบายๆเลยนะครับ โดยเริ่มจากการวางระบบในตู้หรืออ่างเพาะพันธุ์  โดยใส่น้ำในตู้หรือในอ่างเพาะให้น้ำสูงประมาณ 6 นิ้ว  ให้ท่านหาผักบุ้งน้ำที่มีรากล้อมรอบตู้หรืออ่างเพาะพันธุ์ รากผักบุ้งจะทำหน้าที่ปรับสภาพน้ำและดูดซึมสิ่งปฏิกูลมาเลี้ยงลำต้นและใบ ซึ่งจะเป็นที่สำหรับวางไข่ของปลากัด  ปลากัดจะวางไข่ใต้ใบผักบุ้ง เมื่อลูกปลาเริ่มเป็นตัว  ใบผักบุ้งเริ่มเหลืองและเน่า นั่นแหละก็คืออาหารอันดับแรกของลูกปลาที่จะกินเนื่อเยื่อผักบุ้งเป็นอาหารมื้อเจมื้อแรกอีกด้วย พอลูกปลาเริ่มออกจากหวอดให้นำลูกน้ำอบแห้งมาป่นให้เป็นผงให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นแบบนาโนได้ยิ่งดี  โรยให้ลูกปลากินทุกวันวันละมื้อประมาณปลายช้อนชาเพื่อที่น้ำจะได้ไม่เน่าเสีย  นอกจากนี้ผมขอนำเสนอเทคนิคเพิ่มเติมที่ผมใช้คือ ควรใส่หัวทรายออกซิเจนลงไปในตู้หรืออ่างเพาะลูกปลาด้วย  พอลูกปลาออกจากหวอดแล้วให้เปิดออกซิเจนให้เบาๆที่สุด ใส่ไว้คนละฝั่งกับกลุ่มลูกปลา  หากเปิดออกซิเจนแรงเกินไปจะทำให้ลูกปลาหูกางหูเสีย ซึ่งออกซิเจนจะช่วยในการปรับสภาพน้ำ ยังช่วยให้ลูกปลารอดมากขึ้น  และไม่ให้ลูกปลาลอยหัวเวลากินอิ่มด้วยนะครับ

                      หลักของผมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างวิธีการเพาะปลาแบบโบราณประยุกต์เข้ากับวิธีสมัยใหม่ที่ได้ผลดี ลูกปลามีโอกาสรอดสูง 60 – 70% เลยเชียวนะจะบอกให้

                      ผมขอเน้นวิธีการโบราณหมายถึงให้ปลากินเยื่อผักบุ้งเป็นอาหารเจมื้อแรก ผสมกับวิธีการสมัยใหม่โดยการใช้ออกซิเจนช่วยปรับสภาพน้ำให้มีออกซิเจน และลูกปลากินอิ่มโดยไม่ลอยหัวอยู่ใต้น้ำกินอาหารได้ตลอดเวลา ทำให้ลูกปลาโตไว
สำหรับฉบับนี้ผมขอจบวิธีการอนุบาลลูกปลาสำหรับผู้ที่ไม่มีลูกไรเพียงเท่านี้  หากท่านผู้อ่านต้องการทราบเรื่องใดเสนอมาได้เลยนะครับ   
พี่แมน ลงCREDIT ด้วยค้าฟ^^(ถ้าจำไม่ผิด นี่ของ ลุงอ๋าปะ???~)
บันทึกการเข้า
HELiCaL
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1284



« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 03, 2013, 08:54:39 PM »

ครับๆช่วยหน่อย ความรู้ทั้งนั้นครับ  E012 E012 E012 E012
บันทึกการเข้า
Phongsuk Se
Jr. Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 70



« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 04, 2013, 09:29:20 AM »

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ที่แบงปันให้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.085 วินาที กับ 20 คำสั่ง